เกร็ดขำขันยุคเริ่มต้นประชาธิปไตย

ตัดความมาจากหนังสือ สายลับพระปกเกล้า โดยนายพโยม โรจนวิภาต


          คนไทยพากันตื่นตัว  เห่อระบอบประชาธิปไตย ที่เป็นของแปลกและใหม่  เหมือนสิ่งประดิษฐ์ที่เพิ่งสั่งมาจากเมืองฝรั่งเป็นครั้งแรก  แต่เพราะการที่ยังไม่รู้จักใช้..คำว่า "เสรีภาพ"  ตามหลักประชาธิปไตยขนานดั้งเดิม จึงถูกประชาชนตีความว่า " ทำอะไรทำได้ตามใจชอบ" หรือ "พูดได้ตามใจคือไทยแท้" เรื่องน่าขบขันและน่าเศร้าจึงเกิดขึ้นมากมาย...เมียไม่ยอมหุงข้าวให้ผัวกินเช่นเคย อ้างว่ามีเสรีภาพที่จะไม่ทำอะไรก็ได้ตามรัฐธรรมนูญ...ฝ่ายตาผัวผู้มีความหิวจนตาลาย และมี "บาทาวุธ" พร้อมอยู่แล้ว ก็ไม่รีรอที่จะใช้เสรีภาพของเขาอย่างสุดกำลังภายใน...ฝ่ายภรรยาจึงต้องพยุงเรือนร่างอันเคยได้รับความทะนุถนอมเป็นอย่างดีจากสามีในสมัยก่อนมีรัฐธรรมนูญ ไปโรงพัก กล่าวหาสามีว่าโง่เง่า ไม่รู้จักเสรีภาพ  ตามที่คนฉลาดทั้งหลายเขาใช้กันอยู่แล้วทั่วเมืองไทย  ผู้ถูกกล่าวหาก็เถียงว่าเขารู้จักเสรีภาพและรู้จักใช้ประโยชน์ตามหน้าที่ของสามีที่ดีแล้วด้วย..สารวัตรชี้แจงว่า ผัวเมียมีเสรีภาพที่จะทุบตีกันได้ และฝ่ายได้รับบาดเจ็บก็มีเสรีภาพที่จะเรียกร้องค่ารักษาพยาบาล จึงตัดสินใจให้สามีซื้อไพลกับการะบูนไปฝนทาตามบริเวณที่ฟกช้ำของภรรยาเสียให้ทั่ว...
         
          กะทาชายนายอะไรคนหนึ่ง ลงจากรถเดินเข้าบ้านโดยไม่ยอมจ่ายค่าแรงให้เจ๊กลากรถ  เมื่อถูกทวงถามก็ตะโกนตอบว่า  เมืองไทยมีเสรีภาพแล้วว่ะ.."อั๊วไม่ให้อัฐลื้อก็ได้"

          ลูกศิษย์พระวัดหนึ่ง ไม่จัดภัตตาหารเพลถวายหลวงตาแล้วเถียงว่า "เดี๋ยวนี้ ผมมีเสรีภาพแล้ว ไม่ทำถวายก็ไม่เป็นไร"  หลวงตาเลยคว้าไม้เท้าหวดตัวเสรีภาพเข้าให้หลายภาพ (ป้าบ) จนต้องรีบวิ่งไปจัดจังหันมาประเคน...

          นักเรียนโรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่ง  แถวบางรัก ตัดผมทรงมหาดไทย (หลักแจว) ไปโรงเรียน  ทำให้พวกนักเรียนเกิดสนุกสนานเฮฮา เจี๊ยวจ๊าวกันจนไม่เป็นอันเรียน..บาทหลวงผู้เป็นอาจารย์จึงลงโทษเฆี่ยน..เผอิญเด็กคนนั้นเป็นลูกของคหบดีผู้มีชื่อเสียงอยู่ด้วย  เรื่องจึงทำท่าจะบานปลายกลายเป็นการเมือง  ว่าฝรั่งไม่เคารพต่อเสรีภาพของคนไทยผู้มีสิทธิเสรีภาพบนศีรษะอย่างสมบูรณ์ในอันที่จะตัดผมทรงอะไรก็ได้...แต่ในที่สุดเรื่องก็ยุติลง  เมื่อฝ่ายเจษฎาจารย์ชี้แจงว่าการทำโทษนั้นมิได้ทำเพราะถือว่าการตัดผมหลักแจวเป็นความผิด แต่ได้ทำโทษในความผิดฐานก่อความไม่สงบขึ้นในห้องเรียนจนนักเรียนไม่เป็นอันเรียนหนังสือ...

          ลูกกับพ่อก็มีเรื่องตีกันหัวแตก เพราะลูกยกเอาเสรีภาพขึ้นมาโต้เถียงพ่อ..เลยโดนพ่อนวดให้ด้วยตะพด..

          สรุปความอลเวง  เรื่องการใช้เสรีภาพจนไม่รู้จักขอบเขตในระยะนั้นได้ว่าดาษดื่น เล่ากันทั้งคืนก็ไม่รู้จักจบ ลองถามคนสมัยนั้นดู ก็จะได้เรื่องแปลกๆ อีกมาก   เกี่ยวกับเสรีภาพของคนไทยในยุคเห่อ "ประชาธิปไตย"...

** จากหนังสืออนุสรณ์ชีวิต นางพิมพวัลคุ์ เสถบุตร