|
เรื่องกลอนตอนนี้เข้าใจว่ากวีอ้างว่า
เมื่อเป็นเด็กเล่นกันอย่างไร
เมื่อเป็นผู้ใหญ่ก็เป็นดังนั้น
คือ ปฐมวัยย่อมซื้ออนาคต
เข้าใจว่จะตรงกับคำกวีอังกฤษชื่อ
Wordsworth ที่ว่า The child is the father of the man
แปลว่า เด็กคือบิดาของคน
หมายความว่า
คนเราโตขึ้นมาจะเป็นอย่างไรย่อมแสดงออกตั้งแต่ยังเป็นเด็ก
พลายแก้วกับขุนช้างเล่นแย่งนางพิมกันในวัยเด็ก
ครั้นโตขึ้นต้องแย่งกันจริงๆ
ดังปรากฎในเรื่องตอนหลัง
ในวรรณคดีไทยโบราณมักกำหนดให้ตัวพระเอกไปศึกษาเล่าเรียนกับพระฤๅษี
นี่คงเป็นความคิดข้างพราหมณ์และคงได้แบบจากประวัติพระรามในเรื่องรามเกียรติ์
เพราะพระรามนั้นได้ศึกษาวิชาความรู้จากฤๅษีสวามิตรและวสิฐดังนี้เป็นตัวอย่าง
แต่ฤๅษีในเมืองไทยไม่มี
สุนทรภู่จึงแต่งเรื่องพระอภัยมณีโดยให้พระอภัยมณีกับศรีสุวรรณไปศึกษาจากพราหมณ์
ซึ่งถือว่าเป็นทิศาปาโมกข์
แต่ว่าตามประวัติศาสตร์ไทยเรามีพระสงฆ์เป็นครูมาแต่ไหนแต่ไร
พอจะสังเกตได้จากเรื่องขุนช้างขุนแผนตอนต้นๆ
จึงน่าจะเห็นชีวิตในทางสังคมของคนครั้งนั้นได้บ้าง
จะเก็บเฉพาะความสำคัญมาอ้างดังนี้
๑.
ชายหนุ่ม
ธรรมดาครั้งนั้นพอเด็กชายอายุพอสมควรก็ให้ไปอยู่วัด
ศึกษาวิชากับพระตอนอายุไม่ครบ
๒๑ ปี ก็บวชเณร เช่น
พลายแก้ว และพลายชุมพล
เละเล่าเรียนพุทธศาสนาชั้นต้น
เช่น
พลายแก้วเรียนจนสามารถเทศน์มหาชาติได้
แต่ในเวลาเดียวกันก็เรียนการรบไปด้วย
โดยเฉพาะวิธีรบมักเรียนทางไสยศาสตร์อันได้แก่
คาถาอาคมต่างๆ เช่น
พลายแก้วเรียนวิชากับอาจารย์คง
วัดแค ดังนี้ :-
สะกดทัพจับพลทั้งปลุกผี
ปัทมังกำบังตนทนทาน
ทั้งพิไชยสงครามทั้งความรู้
ฤกษ์ผานาทีทุกสิ่งไป
ชำนาญทั้งกลศึกลึกลับ
สู้ศึกได้สิ้นทั้งดินแดน
ถอนอาถรรพ์กันประกอบประกับมี |
|
ผูกพยนต์ฤทธีกำแหงหาญ
สะเดาะดาลโซ่กุญแจประจักษ์ใจ
อาจปราบศัตรูไม่สู้ได้
ทั้งเสกใบมะขามเป็นต่อแตน
คุมพลแม่ทัพนับตั้งแสน
มหาละลวยสุดแสนเสน่ห์ดี
เลี้ยงผีพรายกระซิบทุกสิ่งไป |
๒. หญิงสาว
ลูกผู้หญิงมักได้รับการอบรมเรื่องการเหย้าเรือนเป็นพื้น
หนังสือไม่ใคร่จะได้เรียน
การเรียนของผู้หญิงมักเป็นวิชาการเรือน
เช่น การเย็บปักถักร้อย
นางพิม ลาวทอง ศรีมาลา
ล้วนเย็บปักเก่งทั้งนั้น
หญิงสาวระมัดระวังไม่เที่ยวคนเดียว
ไปไหนก็มีคนตามเช่น นางพิมมีสายทอง
นางศรีมาลา มีนางเม้ย
๓. ชายหนุ่มหญิงสาว
จะมีโอกาสพบกันในวันนักขัตฤกษ์
และมีการทำบุญสุนทานที่วัด
ในโอกาสนี้เองที่หญิงชายจะได้เห็นกัน
นับวาการสมาคมระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายยังอยู่ในวงแคบมาก
ประเพณีในปฐมวัยของเด็ก
มีอยู่อย่งหนึ่งคือ
โกนจุก
ธรรมดาเด็กไทยไว้จุกทั้งหญิงชาย
นิยมทำกันทั้งคนชั้นสูงและคนธรรมดา
การไว้จุกเป็นเครื่องหมายของความเป็นเด็ก
คือยังอยู่ในปฐมวัย
เมื่อเด็กอายุ ๑๑-๑๓ ขวบ
ก็ถือกันว่าจะต้องเข้าพิธีตัดจุก
หรือ โกนจุก
ถ้าเป็นเจ้านายเรียกว่า
โสกันต์
การโกนจุกเป็นเครื่องแสดงว่าเด็กผ่านจากวัยเด็กมาสู่วัยหนุ่มสาวแล้ว
พิธีรีตองก็มีอยู่มากทั้งพิธีสงฆ์
และพิธีพราหมณ์
|