|
ความเชื่อมั่นในสิ่งใดก็ตาม
จะต้องประกอบด้วยความรู้ความเข้าใจ
ในเหตุผลความเป็นไปของสิ่งนั้น
มิฉะนั้นก็เป็นความงมงายได้โดยง่าย
ตราบใดที่เรายังไม่รู้แจ้งเห็นจริงในทุกสิ่ง
ก็อาจมีบางเรื่องที่ยอมรับฟังไว้ก่อน
เพื่อจะได้ใช้ปัญญาศึกษาและวิเคราะห์
แต่ก็จะให้ปักใจเชื่อถือนั้นไม่ควร
หลักการใดที่พิเคราะห์ด้วยเหตุผล
แล้วยังทนต่อการทดลองพิสูจน์
หรือสอดคล้องกับประสบการณ์จริงในชีวิต
จึงควรยอมรับเชื่อถือเพื่อใช้งาน
เมื่อปักใจเชื่อถือก็หมดลังเลสงสัย
จิตใจผ่องแผ้วเพราะความเลื่อมใสเกิดขึ้น
กระตุ้นความเพียรและความพอใจ
เป็นพลังผลักดันให้แล่นไปในกิจการ
ความปักใจเชื่อมั่นที่ขาดการตริตรองให้รอบคอบ
เปิดโอกาสให้ความเห็นผิด
และความถือตัวถือตนเข้าครอบงำ
ยึดมั่นว่าลัทธิของตนเท่านั้นจริงแท้
กล่าวหาว่าความเชื่อของผู้อื่นมีแต่เท็จ
|
|
จากประสบการณ์แต่ละขณะในชีวิต
ที่ติดตามเฝ้าพิเคราะห์โดยถ้วนถี่
เราควรจะได้ล่วงรู้และยอมรับ
ว่าในธรรมชาติมีหลักเกณฑ์
แห่งความเป็นเหตุเป็นผลอันเฉียบขาด
ไม่มีข้อละเว้นในกรณ๊ใด
ความเชื่อมั่นปักใจในข้อนี้
นับว่ามีความรู้เป็นตัวนำ
เพื่อจักชี้แนะวิถีทางประพฤติปฏิบัติในชีวิต
ดำเนินไปสู่ความรู้แจ่มชัดยิ่งขึ้นไป
และความเชื่อมั่นอีกประการที่พึงมี
คือเชื่อในศักยภาพของมนุษย์
ว่ามีความสามารถแฝงฝันอยู่ในตน
ที่จะพัฒนาชีวิตและจิตใจ
ให้มีสติปัญญาสูงขึ้นเสมอ
โดยความตั้งใจจริงและเพียรพยายาม
แก้ไขความบกพร่องต่างๆ
เสริมสร้างคุณธรรมให้มีมาก
จนเกิดปัญญายิ่ง
ประจักษ์แจ้งความจริงของสรรพสิ่งตามสภาวะ
บรรลุถึงความดีงามสูงสุดได้
|