ข้อเตือนใจ
(๓)



ความเชื่อมั่นในสิ่งใดก็ตาม
จะต้องประกอบด้วยความรู้ความเข้าใจ
ในเหตุผลความเป็นไปของสิ่งนั้น
มิฉะนั้นก็เป็นความงมงายได้โดยง่าย
ตราบใดที่เรายังไม่รู้แจ้งเห็นจริงในทุกสิ่ง
ก็อาจมีบางเรื่องที่ยอมรับฟังไว้ก่อน
เพื่อจะได้ใช้ปัญญาศึกษาและวิเคราะห์
แต่ก็จะให้ปักใจเชื่อถือนั้นไม่ควร
หลักการใดที่พิเคราะห์ด้วยเหตุผล
แล้วยังทนต่อการทดลองพิสูจน์
หรือสอดคล้องกับประสบการณ์จริงในชีวิต
จึงควรยอมรับเชื่อถือเพื่อใช้งาน
เมื่อปักใจเชื่อถือก็หมดลังเลสงสัย
จิตใจผ่องแผ้วเพราะความเลื่อมใสเกิดขึ้น
กระตุ้นความเพียรและความพอใจ
เป็นพลังผลักดันให้แล่นไปในกิจการ
ความปักใจเชื่อมั่นที่ขาดการตริตรองให้รอบคอบ
เปิดโอกาสให้ความเห็นผิด
และความถือตัวถือตนเข้าครอบงำ
ยึดมั่นว่าลัทธิของตนเท่านั้นจริงแท้
กล่าวหาว่าความเชื่อของผู้อื่นมีแต่เท็จ

 

 

 

จากประสบการณ์แต่ละขณะในชีวิต
ที่ติดตามเฝ้าพิเคราะห์โดยถ้วนถี่
เราควรจะได้ล่วงรู้และยอมรับ
ว่าในธรรมชาติมีหลักเกณฑ์
แห่งความเป็นเหตุเป็นผลอันเฉียบขาด
ไม่มีข้อละเว้นในกรณ๊ใด
ความเชื่อมั่นปักใจในข้อนี้
นับว่ามีความรู้เป็นตัวนำ
เพื่อจักชี้แนะวิถีทางประพฤติปฏิบัติในชีวิต
ดำเนินไปสู่ความรู้แจ่มชัดยิ่งขึ้นไป
และความเชื่อมั่นอีกประการที่พึงมี
คือเชื่อในศักยภาพของมนุษย์
ว่ามีความสามารถแฝงฝันอยู่ในตน
ที่จะพัฒนาชีวิตและจิตใจ
ให้มีสติปัญญาสูงขึ้นเสมอ
โดยความตั้งใจจริงและเพียรพยายาม
แก้ไขความบกพร่องต่างๆ
เสริมสร้างคุณธรรมให้มีมาก
จนเกิดปัญญายิ่ง
ประจักษ์แจ้งความจริงของสรรพสิ่งตามสภาวะ
บรรลุถึงความดีงามสูงสุดได้