ความสุข ความทุกข์ และความรัก
(๑)



สุข และทุกข์อยู่ในพื้นฐานของจิตใจ
คนทั้งหลายต่างแสวงหาสุข หลีกหนีทุกข์
นับเป็นเรื่องสำคัญในชีวิต
สมควรเรียนรู้ให้เข้าใจ
ความสุขความทุกข์เป็นสิ่งคู่กัน
และเปลี่ยนแปรไปตามสาเหตุเงื่อนไข
สิ่งทั้งหลายย่อมมีทั้งคุณโทษ
อาจให้ความสุขได้ในเงื่อนไขหนึ่ง
และกลับยังโทษได้เมื่อเงื่อนไขเปลี่ยนไป
คนฉลาดย่อมเรียนรู้จักทั้งคุณโทษ
และรู้ทางเป็นอิสระจากอำนาจของมันด้วย
ทุกคนผู้พอใจใช้สอยเครื่องยังชีพ
นิยมโอชารสบำรุงกาย
เป็นสุขในการแต่งกายสะอาดงาม
พึงใจในที่พักอาศัยสะดวกสบาย
ย่อมหลีกหนีทุกข์ป่วยไข้โดยใช้ยา
ทุกคนย่อมมีสิทธิ์แสวงหา
และเสพเสวยสิ่งเหล่านี้ตามสมควร
แต่ก็พึงมีความชอบธรรมในการหา
ไม่เบียดเบียนแย่งชิงจากผู้อื่น
และรู้จักเผื่อแผ่แบ่งปันผู้ขัดสน
นอกจากนี้ก็รู้จักเสพเสวยอย่างชอบธรรม
ไม่ลุ่มหลง มัวเมา สยบติด
อันจะเป็นโทษ ขาดประโยชน์อันพึงมี


หากมัวเมาลุ่มหลงยึดติด
ถึงขั้นแส่อยาก แสวงหาโดยไม่ชอบธรรม
ก็จะเกิดความขัดแย้ง และพฤติกรรมรุนแรง
ก่อเกิดความทุกข์ร้อนแก่ตนและสังคม
อาหารมีเพื่อเลี้ยงชีวิตและสุขภาพ
รสโอชะส่งเสริมการย่อยและซึมซาบ
รสจัดขาดคุณค่ามิใช่อาหาร
ไม่ยังประโยชน์อาจกลับเป็นโทษ
ของแพงก็ไม่จำเป็นจะต้องดี
ความชอบธรรมในเรื่องอาหาร
คือคุณภาพ ความสะอาด และประหยัด
ไม่พึงแสวงสุข โดยตกเป็นทาสของวัตถุ
โดยเฉพาะที่มอมเมา
ไม่ว่าโดยกลืนกินหรือสูดดม
หรือฉีดเข้าสู่ร่างกายในทางใด
ไม่ว่ามันจะให้สุข สนุก ลึกซึ้งเพียงใด
เพราะมันจะยึดครองระบบร่างกายเราโดยเร็ว
แล้วก็จะครอบคลุมเอาจิตใจเป็นทาสด้วย
นี่เป็นทางแสวงสุขแสนอันตราย
เพราะสุขระยะสั้นแปรเป็นทุกข์มหันต์
และวัตถุแห่งความสุขนั้น
แปรเปลี่ยนเป็นปีศาจร้าย
ทำลายชีวิตทาสของมันได้สิ้นเชิง