|
ท่านเคยได้ครุ่นคิดให้ถ่องแท้ชัดเจนหรือเปล่า
ถึงความหมายของคำกล่าวที่ว่า
'ที่ใดมีความรัก
ที่นั่นก็มีทุกข์'
หากท่านยังไม่เคยได้คิดอย่างจริงจัง
ก็น่าจะพิจารณาให้ชัดเจนเสียสักครั้ง
ในเบื้องต้นควรกำหนดให้แน่ชัด
ถึงความหมายของคำว่าความรัก
เพราะอาจตีความได้หลายแง่มุม
เช่นความรักอันปรารถนาครอบครอง
ต้องการเป็นเจ้าของ
หวงแหนไว้เฉพาะตน
หรืออีกอย่าง
ความรักปรารถนาดี
มุ่งที่จะให้ผู้ที่ตนรักมีความสุข
คิดถึงตนเองน้อยกว่าเขา
รักทั้งสองลักษณะนี้ต่างกัน
ชนิดแรกนั้นมุ่งเข้าหาตัว
ถือเอาตนเป็นใหญ่
ชนิดที่สองมุ่งออกจากตน
แต่ลักษณะร่วมก็คือ
เป็นความสัมพันธ์ต่อผู้อื่น
ในรูปแบบและมุ่งผลที่ตนคิดว่ามีคุณค่า
ความสัมพันธ์อันย่อมแปรไปตามธรรมดาโลก
เป็นสาเหตุของความทุกข์จากความรัก
เพราะความยึดมั่นผูกพันถูกทำลาย
|
|
ความรักอันมุ่งเข้าหาตน
แสวงหาสุขเพื่อตนเป็นสำคัญ
โดยอาศัยความสัมพันธ์กับผู้อื่น
ย่อมขึ้นต่อเงื่อนไขอันตนเองควบคุมไม่ได้
จึงเสี่ยงต่อความผิดหวัง
การมีความรักเช่นนี้
เป็นการเชื้อเชิญความทุกข์
ส่วนความปรารถนาดี
พร้อมที่จะสละความสุขส่วนตนเพื่อผู้อื่น
มีเงื่อนไขสำคัญอยู่ในจิตใจของตน
คือน้ำใจดีงาม
ไม่ดิ้นรนมุ่งตนเป็นใหญ่
ดังนั้น
แม้เมื่อความรักเป็นไปฝ่ายเดียว
ไม่ถูกรับรู้คุณค่าตามสมควร
ใจก็ย่อมพร้อมที่จะรับสภาพ
ไม่ดิ้นรนเดือดร้อน
สามารถหยั่งคิดและใคร่ครวญ
ว่าตราบใดยังเป็นปุถุชนอยู่ในโลก
ยังต้องรัก
ผูกพันและมีความหวัง
ก็ยังจะพบความสุขเมื่อความสัมพันธ์นั้นดีงาม
และจะยังมีทุกข์หากไม่เป็นไปตามปรารถนา
ย่อมสามารถทำใจให้พร้อม
ที่จะรับทั้งทุกข์และสุข
รู้จักเรียนรู้จากทั้งความรัก
และสุขทุกข์
อันเป็นวิถีของชีวิตในโลกนี้
|