|
ขณะเมื่อศึกษาวิชาใด
ควรตั้งใจแน่วแน่แต่เรื่องนั้น
ไม่ปล่อยใจฟุ้งซ่านล่องลอยไป
หรือหดหู่ง่วงเหงาและซึมเซ็ง
อันจิตใจตั้งมั่นนั้นมีค่า
เพราะนำพาสำเร็จการศึกษา
รวบรวมพลังความคิดแห่งพิจารณ์
ในการวิเคราะห์ทุกสิ่งอย่าง
เป็นเสมือนแสงสว่างส่องผ่านแว่นขยาย
ก่อให้เกิดความสว่างจ้าที่ศูนย์เดียว
ปัญญาความรู้ชัดในเรื่องนั้น
ย่อมเกิดขึ้นอย่างกระจ่างชัดเจน
สำหรับท่านผู้ที่ได้ประสบความสำเร็จ
เป็นผู้เชี่ยวชาญวิชาการด้านใดก็ตาม
หากเราได้ศึกษาประวัติความเป็นมา
ก็มักจะพบว่า
ท่านมีความรักฝังจิตฝังใจในวิชานั้น
ถึงขั้นที่ว่าไม่ว่าจะยืนเดินนั่งนอน
หรือเคลื่อนไหวไปหนใด
จิตใจก็จะยังผูกพันเพ่งพินิจ
อยู่กับวิชานั้น
อย่างสนิทแนบแน่นเสมอ
|
|
นักเรียนนักศึกษา
ควรใช้โอกาสขณะฟังคำบรรยายในชั้น
อบรมฝึกปรือพัฒนาความสามารถ
ของจิตที่จะมีความตั้งมั่นแน่วแน่
และควรแก่งานในการศึกษานั้น
นั่นคือการฝึกสมาธิไปในตัว
ซึ่งถ้าหากหมั่นทำเช่นนี้สม่ำเสมอ
จนเป็นความเคยชินแล้ว
ก็จะเกิดผลสองประการ
คือการเรียนจะได้ผลดี
และนอกจากนั้น
จะเป็นพื้นฐานสำคัญ
ของการพัฒนาชีวิตจิตใจอีกด้วย
จำไว้ด้วยว่า
อย่าทำการสองอย่างพร้อมกัน
เช่นหนังสือก็จะอ่าน
เพลงก็จะฟัง
เพราะความสนใจที่แบ่งแยก
กระโดดไปกระโดดมา
ทำให้จิตไม่มีสมาธิแท้จริง
ความรับรู้ความเข้าใจก็ผิวเผิน
เอาดีทางไหนก็ไม่ได้
ต่อเมื่อใดใจเพ่งเป็นหนึ่งเดียว
สนใจ ตั้งใจ
แน่วแน่
แจ้งชัด
จึงจะได้งานที่มีคุณภาพจริง
|