ศึกษาเพื่อรู้จริง
(๒)



ขณะเมื่อศึกษาวิชาใด
ควรตั้งใจแน่วแน่แต่เรื่องนั้น
ไม่ปล่อยใจฟุ้งซ่านล่องลอยไป
หรือหดหู่ง่วงเหงาและซึมเซ็ง
อันจิตใจตั้งมั่นนั้นมีค่า
เพราะนำพาสำเร็จการศึกษา
รวบรวมพลังความคิดแห่งพิจารณ์
ในการวิเคราะห์ทุกสิ่งอย่าง
เป็นเสมือนแสงสว่างส่องผ่านแว่นขยาย
ก่อให้เกิดความสว่างจ้าที่ศูนย์เดียว
ปัญญาความรู้ชัดในเรื่องนั้น
ย่อมเกิดขึ้นอย่างกระจ่างชัดเจน
สำหรับท่านผู้ที่ได้ประสบความสำเร็จ
เป็นผู้เชี่ยวชาญวิชาการด้านใดก็ตาม
หากเราได้ศึกษาประวัติความเป็นมา
ก็มักจะพบว่า
ท่านมีความรักฝังจิตฝังใจในวิชานั้น
ถึงขั้นที่ว่าไม่ว่าจะยืนเดินนั่งนอน
หรือเคลื่อนไหวไปหนใด
จิตใจก็จะยังผูกพันเพ่งพินิจ
อยู่กับวิชานั้น
อย่างสนิทแนบแน่นเสมอ




นักเรียนนักศึกษา
ควรใช้โอกาสขณะฟังคำบรรยายในชั้น
อบรมฝึกปรือพัฒนาความสามารถ
ของจิตที่จะมีความตั้งมั่นแน่วแน่
และควรแก่งานในการศึกษานั้น
นั่นคือการฝึกสมาธิไปในตัว
ซึ่งถ้าหากหมั่นทำเช่นนี้สม่ำเสมอ
จนเป็นความเคยชินแล้ว
ก็จะเกิดผลสองประการ
คือการเรียนจะได้ผลดี
และนอกจากนั้น
จะเป็นพื้นฐานสำคัญ
ของการพัฒนาชีวิตจิตใจอีกด้วย
จำไว้ด้วยว่า
อย่าทำการสองอย่างพร้อมกัน
เช่นหนังสือก็จะอ่าน เพลงก็จะฟัง
เพราะความสนใจที่แบ่งแยก
กระโดดไปกระโดดมา
ทำให้จิตไม่มีสมาธิแท้จริง
ความรับรู้ความเข้าใจก็ผิวเผิน
เอาดีทางไหนก็ไม่ได้
ต่อเมื่อใดใจเพ่งเป็นหนึ่งเดียว
สนใจ ตั้งใจ แน่วแน่ แจ้งชัด
จึงจะได้งานที่มีคุณภาพจริง